Angthong Hospital

  • 035 615 111
  • 035 612 151

ประกาศ, ประชาสัมพันธ์, รายงานและบทความ

ณัฐธภัสสร รัศมีสุขสรร 4 มิ.ย. 2557

เอกสารแนบ

          กลางเดือนพฤษภาคม องค์การอนามัยโลก (World  Health  Organization) รายงานถึงอายุขัยเฉลี่ย (Life Expectancy) ของคนในโลกว่า เด็กผู้หญิงที่เกิดปี 2012 จะมีอายุยืน 73 ปี ส่วนเด็กผู้ชายที่เกิดปีเดียวกัน จะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 68 ปี

/data/content/24473/cms/e_bdgmntyz1456.jpg

          องค์การอนามัยโลกบอกว่า เป็นข่าวดีเพราะอายุขัยเฉลี่ยของคนในโลกเพิ่มขึ้นถึง 6 ปี เมื่อเทียบกับการคาดการณ์อายุขัยเฉลี่ยครั้งก่อนของเด็กที่เกิดในปี 1990 เหตุผลหลัก 3 ประการที่ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนในโลกเราเพิ่มขึ้นเพราะวิวัฒนาการทางการแพทย์ช่วยให้จำนวนเด็กที่เสียชีวิตก่อนอายุครบ 5 ปี ในประเทศที่ยากจนมีจำนวนลดลง สำหรับประเทศที่ร่ำรวย จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจหรือเส้นโลหิตในสมองแตกก่อนอายุ 60 ปี ก็มีจำนวนลดลง

          นอกจากนี้ การที่หลายประเทศมีจำนวนคนสูบบุหรี่ลดลงก็ช่วยให้มีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่หากเปรียบเทียบอายุขัยเฉลี่ยของเด็กที่เกิดปี 2012 ในประเทศร่ำรวย กับประเทศที่ยากจนจะเห็นว่ามีช่องว่างห่างกันมาก เด็กผู้หญิงที่เกิดในประเทศร่ำรวยมีอายุยืนถึง 82 ปี ในขณะที่ประเทศยากจน เด็กผู้หญิงมีอายุขัยเฉลี่ย 63 ปี ต่างกันเกือบ 20 ปี

          ส่วนเด็กผู้ชายที่เกิดปี 2012 ในประเทศร่ำรวยมีอายุขัยเฉลี่ย 76 ปี  ประเทศยากจน 60 ปี สำหรับประเทศไทย อายุขัยของเด็กเกิดปี 2012 สูงกว่าอายุขัยโดยเฉลี่ยของคนทั้งโลก โดยเด็กผู้หญิงไทยเฉลี่ยแล้วจะมีอายุ 79 ปี ส่วนเด็กผู้ชายไทย 71 ปี ประเทศที่อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงสูงที่สุดในโลกคือญี่ปุ่น 87 ปี  ส่วนผู้ชายอายุยืนที่สุดในโลกคือไอซ์แลนด์ 81.2 ปี

          ถามว่าทำไมผู้หญิงทั่วโลกถึงอายุยืนกว่าผู้ชาย เรื่องนี้นักวิจัยหลายสถาบันสรุปไว้ใกล้เคียงกันว่า เหตุผลสำคัญ/data/content/24473/cms/e_cghjlqsuw368.jpgคือผู้หญิงใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ใส่ใจสุขภาพมากกว่าผู้ชาย ดื่มเหล้า สูบบุหรี่น้อยกว่า และเลือกทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า

          นอกจากนั้น เรื่องการรับมือกับความ เครียดยามมีเรื่องวิตกกังวล ทุกข์ใจ ผู้หญิงมักจะพูดระบายออกมาให้คนอื่นได้รับรู้ ช่วยคลายเครียดได้อย่างมาก แต่ผู้ชายหากมีเรื่องเครียด มักจะเก็บไว้ในใจคนเดียว ไม่ต้องการบ่นให้ใครฟังเพราะไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าตัวเองอ่อนแอ เมื่อสะสมความเครียดไว้นานๆ ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งกายและใจ

          จากข้อมูลล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ ในปี 2012 อายุขัยเฉลี่ยของพลเมืองโลกคือ 70 ปี คนไทยมีอายุขัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยคืออายุ 77 ปี นับเป็นชาติที่มีอายุยืนเป็นอันดับ 83 ของโลก ส่วนอับดับ 1 นั้นเป็นของแชมป์ตลอดกาลคือคนญี่ปุ่น มีอายุขัยเฉลี่ย 87 ปี ฟังดูแล้วการมีชีวิตอยู่บนโลก 87 ปี นั้นยาวนานมาก แต่คนเราก็ยังอยากมีอายุยืนยาวกว่านี้

          มีการทำโพลโดย  Pew  Research  Center สำรวจความปรารถนาของผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา 2,012 คน ว่าอยากมีอายุยืนยาวถึงกี่ปี  ปรากฏว่าได้ค่าเฉลี่ยออกมา 90 ปี เท่ากับขอยืดชีวิตไปอีก 10 ปี จากอายุขัยเฉลี่ยของคนอเมริกันในปัจุจุบัน 80 ปี

          เมื่อถามต่อว่าอยากมีชีวิตยืนยาวอยู่จนถึงอายุ 120 ปีหรือไม่หากมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยต่ออายุได้เป็นร้อยปี ผลออกมาว่า 56 เปอร์เซ็นต์บอกว่า ไม่สนใจที่จะมีชีวิตยืนยาวขึ้นหากต้องพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์

          สตีฟ จ็อบส์ ที่จากไปในวัยเพียง 56 ปี ให้คำคมกับบัณฑิตใหม่ของมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ดปี 2005 ว่า " Live  /data/content/24473/cms/e_bghijknqst45.jpgeach day  as  if it was  your  la st." หรือ"ใช้ชีวิตแต่ละวันให้เหมือนว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต"

          จ็อบส์กล่าวว่า ตลอดเวลา 33 ปีที่ผ่านมา ทุกเช้าที่ตื่นขึ้น เขาจะมองตัวเองในกระจกเงาและถามตัวเองว่า หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เขาจะทำในสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำในวันนี้หรือไม่ เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาตอบตัวเองว่าไม่ ติดต่อกันหลายวัน นั่นหมายความว่าเขาต้องเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่างในชีวิตแล้ว

          อายุเป็นเรื่องของตัวเลข หากมีอายุยืนยาว แต่ใช้ชีวิตอย่างไร้สุข ไม่ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ชีวิตที่มีอยู่แต่ละวันก็เปล่าประโยชน์ การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน มีเป้าหมายในชีวิต มีประโยชน์ต่อสังคม ถือเป็นการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ว่าอายุขัยจะหมดลงเมื่อไหร่

 

 

         ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์

อ้างอิง: http://www.thaihealth.or.th/Content/24473-คนเราอยากมีอายุยืนกี่ปี%20.html